หน้าแรก
 เกี่ยวกับ ISCOT
 เพาะฟักและอนุบาล
 ผู้เลี้ยงกุ้ง
 อาหารสัตว์
 โรงงานแปรรูป
 นักวิชาการ
 ผู้พัฒนาโปรแกรม
 คุณภาพ
 สมาชิก
 ข่าวสาร
 ติดต่อ



กรมประมง
WAS
ศูนย์ความรู้การเพาะเลี้ยง
ศูนย์ข้อมูลกุ้งของไทย

กลุ่มโรงพักและอนุบาลลูกกุ้ง
กุล่มฟาร์มเลี้ยงกุ้ง
โครงการกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร

  ความเป็นมา หลักการ และเหตุผล
  วัตถุประสงค์
  กรอบแนวทางความร่วมมือในการจัดตั้งกุล่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจรของภาคธุรกิจต่าง ๆ
  คณะกรรมการและสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร
  เป้าหมายในการดำเนินงาน ปี 2549
  งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงาน
  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
 

 1. ความเป็นมา หลักการ และเหตุผล

อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งของประเทศไทย ประกอบด้วยภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่แยกส่วนการดำเนินงานอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ธุรกิจจัดหาพ่อแม่พันธ์กุ้ง ธุรกิจโรงเพาะฟัก ธุรกิจโรงอนุบาลลูกกุ้ง ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ธุรกิจโรงงานผลิตอาหารกุ้ง ธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายปัจจัยการผลิต ธุรกิจแพจับกุ้ง ธุรกิจตลาดกลางการค้ากุ้ง และธุรกิจโรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออก รายละเอียดดังภาพที่ 1

โครงสร้างอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งไทย

ที่มา : สมาคมผู้เลี้ยงและผู้ส่งออกกุ้งกุลาดำ

ภาคธุรกิจที่เป็นแกนหลักในอุตสาหกรรมกุ้งไทยมี 3 ส่วนคือ ภาคธุรกิจโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง ภาคธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้ง และภาคธุรกิจโรงงานแปรรูปกุ้งเพื่อการส่งออก ซึ่งแต่ละภาคธุรกิจมีปัญหาที่แตกต่างกันดังนี้

1. ภาคธุรกิจโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพพ่อแม่พันธ์ที่ด้อยคุณภาพ ติดเชื้อโรค ทำให้เกิดความเสียหายในระหว่างการเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง การผลิตลูกกุ้งที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ทำให้ยอดการผลิตและยอดการสั่งจองไม่สมดุลกัน จนเป็นสาเหตุให้โรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งประสบกับการผลิตที่มีต้นทุนสูง ไม่สามารถแข่งขันได้ทางธุรกิจ และต้องปิดกิจการลง เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน

2. ภาคธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้ง มีปัญหาเกี่ยวกับการเลี้ยงที่ไม่ประสบผลสำเร็จ จากโรคระบาด
และระบบฟาร์มเลี้ยงที่มาสามารถป้องกันโรคระบาดได้ ปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากการภาวะน้ำมันแพง ปัญหาการรักษาคุณภาพผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวให้ตรงตามความต้องการของโรงงานแปรรูป เพื่อการส่งออก และปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากต้องประสบกับภาวะขาดทุนขาดสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจจนต้องหยุดกิจการไปจำนวนมาก

3. ภาคธุรกิจโรงงานแปรรูปกุ้งเพื่อการส่งออก มีปัญหาเกี่ยวกับการกีดกันทางการค้าของประเทศผู้นำเข้าหลัก เช่น ปัญหา GSP และสารตกค้างในสินค้ากุ้งของกลุ่มสหภาพยุโรป ปัญหาการฟ้องร้องการทุ่มตลาดกุ้ง (AD.) ของประเทศสหรัฐอเมริกา และปัญหาคุณภาพสินค้าที่มีขนาดเล็ก และไม่สดตามที่ผู้บริโภคในตลาดญี่ปุ่นต้องการ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการปลอมแปลงเอกสารใบกำกับการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ ทำให้ห้องเย็นไม่สามารถขอใบรับรองการส่งออกกุ้งจากกรมประมง

จากปัญหามากมายของภาคธุรกิจต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับความต้องการ
ของผู้บริโภคทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ ที่เน้นความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของอาหาร (Food Traceability) และระบบการผลิตอาหารที่จะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การผลิตอาหารตามความต้องการของผู้บริโภค (Made to order) ทำให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่าง ๆ จัดประชุมเพื่อระดมสมองร่วมกับทีมงานนักวิชาการ และบริษัทที่พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2548 ณ ห้องประชุม บริษัท ไทยรอแยลฟรอเซนฟู๊ด จำกัด โดยมีมติร่วมกันที่จะจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร โดยมีเป้าหมายร่วมมือกันผลิตกุ้งขาวแวนนาไมขนาด 40-80 ตัว/กก. 10,000 ตันในปี พ.ศ.254

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อจัดตั้งกลุ่มธุรกิจกุ้งไทยครบวงจร ตั้งแต่การเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง การเลี้ยงกุ้ง และการแปรรูปกุ้งเพื่อการส่งออก
2.2 เพื่อการเชื่อมโยงภาคธุรกิจต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตในการ
ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้ากุ้ง
2.3 เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม และภาคธุรกิจต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมกุ้งไทย ให้มีความเข้มแข็งมีความสามารถในการแข่งขัน และให้ธุรกิจแต่ละภาคธุรกิจเกิดความยั่งยืน
2.4 เพื่อผลิตสินค้ากุ้งตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ

3. กรอบแนวทางความร่วมมือในการจัดตั้งกุล่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจรของภาคธุรกิจต่าง ๆ

3.1 ภาคธุรกิจโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง ทำหน้าที่

3.1.1 จัดหา หรือพัฒนาสายพันธ์กุ้งขาวแวนนาไมที่มีคุณภาพ เพื่อนำมาผลิตนอเพลียส และอนุบาลจนได้ลูกกุ้งระยะ
P10 – P 12 จัดส่งให้ภาคธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้ง
3.1.2 พัฒนาระบบฟาร์มเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไมให้ได้มาตราฐาน CoC (Code of Conduct) ของกรมประมง
3.1.3 ร่วมมือกับกลุ่มนักวิชาการ และบริษัทพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการวิจัย และพัฒนาต่าง ๆ เกี่ยวกับการเพาะ และอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไม
3.1.4 ทำสัญญาซื้อขายนอเพลียส ระหว่างกลุ่มโรงเพาะฟักกับกลุ่มอนุบาลลูกกุ้ง และ สัญญาซื้อขายลูกกุ้งระหว่างโรงอนุบาลลูกกุ้ง กับกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง
3.1.5 สนับสนุนเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนากลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร

3.2 ภาคธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ทำหน้าที่

3.2.1 พัฒนาและปรับระบบฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม เข้าสู่มาตรฐานฟาร์ม GAP หรือ
CoC ของกรมประมง เน้นระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และระบบการ
เลี้ยงที่สามารถป้องกันการเกิดโรคระบาด เพื่อลดความเสียหายระหว่างการเลี้ยง
3.2.2 ดำเนินการเลี้ยงกุ้งให้ได้ขนาด 40-80 ตัว/กก. โดยจะต้องทำการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ
ตามที่คณะนักวิชาการ และบริษัทพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แนะนำ และมีการ
แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกัน เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตของแต่ละฟาร์ม
3.2.3 สนับสนุนและให้ความร่วมมือกับนักวิชาการ และบริษัทพัฒนาโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ ในการวิจัยและพัฒนาระบบการเลี้ยง เพื่อให้ได้กุ้งที่มีคุณภาพตรงตาม
ความต้องการของผู้บริโภค และเกณฑ์คุณภาพที่โรงงานแปรรูปกุ้งเพื่อการส่งออก
กำหนด
3.2.4 ติดต่อแพจับกุ้ง เพื่อคัดแยกขนาดกุ้ง และขนส่งกุ้ง จัดส่งให้โรงงานแปรรูปกุ้ง โดย
จะต้องรักษาคุณภาพหลังการจับให้มีความสด ตรงตามที่โรงงานแปรรูปกำหนด
3.2.5 ทำสัญญาซื้อขายลูกกุ้งกับกลุ่มโรงอนุบาลลูกกุ้ง และทำสัญญาซื้อขายสินค้ากุ้ง
กับโรงงานแปรรูปกุ้ง
3.2.6 สนับสนุนเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร เพื่อใช้
ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่ม

3.3 ภาคธุรกิจโรงงานแปรรูปกุ้งทำหน้าที่

3.3.1 พัฒนาระบบการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานสากล หรือระบบที่ทางราชการกำหนด
เช่น ISO , GMP , HACCP เป็นต้น
3.3.2 พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้บริโภค ทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ
3.3.3 ทำสัญญาซื้อขายสินค้ากุ้งกับภาคธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้ง โดยกำหนดราคารับซื้อสินค้ากุ้ง
ที่เป็นธรรม และกำหนดเกณฑ์มาตรฐานสินค้ากุ้งในการรับซื้อ
3.3.4 ให้ความร่วมมือกับคณะนักวิชาการ และบริษัทพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการ วิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับระบบการผลิตสินค้ากุ้งแปรรูป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ใหม่ตามความต้องการของผู้บริโภค
3.3.5 สนับสนุนงบประมาณเบื้องต้นในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนากลุ่มความ ร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดสร้าง โรงงานผลิตอาหารกุ้งขนาดเล็ก เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกุ้งใน ภูมิภาคต่าง ๆ สามารถลดต้นทุนการผลิต โดยงบประมาณดังกล่าวจะสามารถ ส่งคืนโรงงานแปรรูปกุ้งได้ เมื่อภาคธุรกิจอื่น ๆ สนับสนุนเงินเข้าสมทบกองทุน เป็นรายงวดในแต่ละรอบการผลิต และโรงงานแปรรูปกุ้งจะสนับสนุนเงินเข้า กองทุนดังกล่าวในส่วนที่ต้องรับผิดชอบเท่านั้น

3.4 คณะนักวิชาการ ทำหน้าที่

3.4.1 ร่วมกับภาคธุรกิจต่าง ๆ ในกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร ดำเนินงานวิจัยและ พัฒนาเพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จในการดำเนินกิจการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำให้กิจการต่าง ๆ เกิดความยั่งยืน
3.4.2 จัดทำคู่มือในการปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ เข้าสู่ระบบมาตรฐานการ ผลิตตามที่ทางราชการกำหนด
3.4.3 ตรวจติดตาม การปฏิบัติงานของภาคธุรกิจต่าง ๆ และให้คำปรึกษาของแต่ละภาค ธุรกิจ

3.5 บริษัทพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่

3.5.1 พัฒนาระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการติดต่อเชื่อมโยง ระหว่างภาค ธุรกิจต่าง ๆ และคณะนักวิชาการผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต
3.5.2 จัดฝึกอบรม เพื่อให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ และคณะนักวิชาการ สามารถใช้ระบบ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อติดต่อเชื่อมโยงในการให้ข้อมูลและคำแนะนำ เพื่อให้ กิจการของภาคธุรกิจต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จในการดำเนินงาน
3.5.3 ร่วมมือกับนักวิชาการในการดำเนินงานวิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับการเพาะฟัก การ อนุบาล

ลูกกุ้ง การเลี้ยงกุ้ง การแปรรูป และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มความ ร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร มีความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเกิด ความยั่งยืนในการดำเนินกิจกรรมของภาคธุรกิจต่าง ๆ


4. คณะกรรมการและสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร

4.1 คณะกรรมการบริหารกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร ประกอบด้วย
4.1.1 ผู้แทนโรงงานแปรรูปกุ้ง ประธานคณะกรรมการ
4.1.2 ผู้แทนคณะนักวิชาการ รองประธาน
4.1.3 ผู้แทนโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง กรรมการ
4.1.4 ผู้แทนผู้เลี้ยงกุ้ง กรรมการ
4.1.5 ผู้แทนบริษัทพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการบริหารกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร มีหน้าที่ดังนี้ คือ
1. กำหนดนโยบาย แผนการดำเนินงาน และงบประมาณ
2. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานกลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร และกำกับดูแล การดำเนินงาน
ของคณะกรรมการดำเนินงานฯ ให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และงบประมาณที่กำหนด
3. ออกระเบียบจัดตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนากลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร และพิจารณา
อนุมัติงบประมาณจากกองทุนฯ ในการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ
4. ไกล่เกลี่ย เพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างภาคธุรกิจต่าง ๆ
5. จัดทำสัญญาซื้อขาย นอเพลียส ลูกกุ้ง และสินค้ากุ้ง ระหว่าง กลุ่มโรงเพาะฟัก กลุ่มอนุบาลลูก
กุ้งกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งและโรงงานแปรลูกกุ้ง
6. จัดทำสัญญาเช่าใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการเชื่อมโยงธุรกิจต่าง ๆ ระหว่างบริษัทพัฒนา
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ กับกลุ่มโรงเพาะฟัก กลุ่มโรงอนุบาลลูกกุ้ง กลุ่มผู้เลี้ยงโรงงานแปรรูปกุ้ง และคณะนักวิชาการ

4.2 คณะกรรมการดำเนินงานกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร ประกอบด้วย

ผู้แทนจากภาคธุรกิจโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้ง ผู้แทนภาคธุรกิจเลี้ยงกุ้ง
ผู้แทนภาคธุรกิจโรงงานแปรรูปกุ้ง ผู้แทนคณะนักวิชาการ และผู้แทนบริษัทพัฒนา
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาคธุรกิจละ 3 คน รวม 15 คน โดยให้สมาชิกของแต่ละภาคธุรกิจที่
เข้าร่วมโครงการฯ เป็นผู้คัดเลือกเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทย
ครบวงจร เพื่อแต่งตั้งโดยมีตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้
4.2.1 ประธานคณะกรรมการดำเนินงานกลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร 1 ท่าน
4.2.2 รองประธานคณะกรรมการฯ 5 ท่าน
4.2.3 คณะกรรมการ 8 ท่าน
4.2.4 คณะกรรมการและเลขานุการ 1 ท่าน

คณะกรรมการดำเนินงานกลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร มีหน้าที่ดังนี้ คือ
1. จัดทำแผนการดำเนินงาน กิจกรรมต่าง ๆ และงบประมาณเสนอเพื่อความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการบริหารฯ
2. ดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามแผนงานต่าง ๆ ให้สอบคล้อง
กับงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ
3. เสนอข้อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารฯ
4. เสนอข้อพิพาทหรือปัญหาระหว่างภาคธุรกิจต่าง ๆ ในการดำเนินงาน เพื่อให้คณะกรรมการ
บริหารรับทราบ และหาทางยุติข้อพิพาท หรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
5. จัดเก็บรายได้จากภาคธุรกิจต่าง ๆ เข้าสมทบกองทุนส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้ง
ครบวงจร
6. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมาย

4.3 สมาชิกกลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร ได้แก่ บุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคลที่มีความ ประสงค์เข้าร่วม
โครงการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร โดยมีความเห็นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ การ จัดตั้งกลุ่มฯ เพื่อพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม การแปรรูปกุ้งในการได้มาซึ่ง สินค้ากุ้งที่มีคุณภาพสูงตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และผู้ประกอบการในแต่ละภาค ธุรกิจมีกำไร ทำให้กิจการของแต่ละภาคธุรกิจ เกิดความเข้มแข็ง มีขีดความสามารถใน การแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยสมาชิกมีหน้าที่ ดังนี้

1. ดำเนินการปรับปรุงกิจการของตนเองให้ได้มาตรฐานตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อให้
ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงธุรกิจ
2. เสนอชื่อบุคคลเข้าเป็นคณะกรรมการดำเนินงานกลุ่มเครือข่ายธุรกิจกุ้งครบวงจร
3. เสนอปัญหา ข้อเสนอแนะ ในการดำเนินโครงการฯ ผ่านทางตัวแทนที่เป็น
คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายต่าง ๆ
4. ให้ความร่วมมือ กับคณะกรรมการดำเนินงานฯ และคณะกรรมการบริหารฯ ตามภารกิจ
ของแต่ละภาคธุรกิจ

5. เป้าหมายในการดำเนินงาน ปี 2549




6. งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงาน

6.1 งบประมาณที่ใช้ในการปรับปรุงระบบการเพาะฟัก ระบบการอนุบาลลูกกุ้ง ระบบการเลี้ยงกุ้ง และระบบการผลิตสินค้าแปรรูปของแต่ละภาคธุรกิจ ใช้งบประมาณสมาชิกกลุ่มแต่ละรายใน การดำเนินงาน ในกรณีที่สมาชิกรายใดขาดสภาพคล่องในการดำเนินกิจการสามารถนำสัญญา การซื้อขายนอเพลียส หรือสัญญาซื้อขายลูกกุ้ง หรือสัญญาการซื้อขายสินค้ากุ้ง ไปยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินธุรกิจได้

6.2 งบประมาณที่ใช้ในการจัดประชุม คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการดำเนินงาน และการ ประชุมสมาชิกรวมทั้งงบประมาณในการเช่าใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ของภาคธุรกิจต่าง ๆ ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการดำเนินงาน ของคณะวิชาการ และเงินสนับสนุนกิจกรรมตามแผนงานโครงการของกลุ่มความร่วมมือกุ้ง ไทยครบวงจร ให้ใช้เงินงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนากลุ่มความร่วมมือกุ้งไทย ครบวงจร ซึ่งจัดตั้งตามระเบียบของคณะกรรมการบริหารกลุ่มความร่วมมือกุ้งไทยครบวงจร
โดยกองทุนดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนเบื้องต้นจากภาคธุรกิจโรงงานแปรรูปกุ้ง และ จัดเก็บรายได้จากภาคธุรกิจอื่น ๆ เข้าสมทบเมื่อมีการจำหน่ายลูกกุ้ง อาหารกุ้ง และสินค้ากุ้ง ระหว่างกันในอัตราเรียกเก็บที่ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน

7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

7.1 สามารถผลิตสินค้ากุ้งคุณภาพสูงที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ
7.2 สามารถเชื่อมโยงขอมูลของภาคธุรกิจต่าง ๆ ในการตรวจสอบย้อนกลับ แหล่งที่มาของสินค้ากุ้ง
7.3 ทำให้กิจการของภาคธุรกิจต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง มีขีดความ สามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น และลดต้นทุนในการดำเนินงาน เกิดผล กำไรในทุกภาคธุรกิจอย่างเป็นธรรม
7.4 ทำให้นักวิชาการมีฐานข้อมูลที่เป็นจริง และมีจำนวนมากในการวิเคราะห์ และสังเคราะห์
งานวิจัย ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของภาคธุรกิจกุ้งไทยอย่างแท้จริง


191,480